แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานวิจัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานวิจัย แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ภาวะผู้นำด้านการสอนของผู้บริหารโรงเรียนพฤติกรรมการบริหารทักษะด้านวิชาการของครูและสภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่มีผลต่อคุณภาพของโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรีเขต2

 นิกูล ประทีปพิชัย และศันสนีย์ จะสุวรรณ์ (2556). ภาวะผู้นำด้านการสอนของผู้บริหารโรงเรียนพฤติกรรมการบริหารทักษะด้านวิชาการของครูและสภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่มีผลต่อคุณภาพของโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรีเขต2. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 พฤศจิกายน 2555 – มีนาคม 2556, หน้า 216-228.


บทคัดยอ

เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำและอิทธิพลของภาวะผู้นำด้านการสอนของผู้บริหารโรงเรียน พฤติกรรมการบริหาร ทักษะด้านวิชาการของครู และสภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่มีผลต่อคุณภาพของโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต 2 ผู้วิจัยใช้การวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามครูชั้นประถมศึกษาปีที่1 - 6 จำนวน 598 คน โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม สำเร็จรูปในการหาค่าสถิติพื้นฐาน และโปรแกรม LISREL ในการสร้างและตรวจสอบแบบจำลองสมการโครงสร้าง การวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เจาะลึกผู้บริหารโรงเรียนดีเด่น และครูวิชาการโรงเรียนซึ่งเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถด้านการจัดการเรียนการสอน ในโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดใหญ่ โรงเรียนละ 3 คน รวมขนาดโรงเรียนละ 6 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 18 คนวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัย พบว่า ภาวะผู้นำด้านการสอนของผู้บริหารโรงเรียน ที่ประกอบด้วย การพัฒนาหลักสูตรการนิเทศภายในโรงเรียน การส่งเสริมพัฒนาการสอนของครู อยู่ในระดับปานกลาง และสมรรถนะในการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน อยู่ในระดับมาก พฤติกรรมการบริหารของผู้บริหาร ที่ประกอบด้วย ด้านการติดต่อสื่อสาร แรงจูงใจผู้อื่น และวิสัยทัศน์ พบว่า อยู่ในระดับมาก ทักษะด้านวิชาการของครู ที่ประกอบด้วย การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การวัดและประเมินผลและพฤติกรรมการสอน พบว่า การวัดและประเมินผลและพฤติกรรมการสอน อยู่ในระดับมาก ส่วนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของครู อยู่ในระดับปานกลาง สภาพแวดล้อมในโรงเรียนที่ประกอบด้วย การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานของครู บรรยากาศโรงเรียน และบรรยากาศในชั้นเรียน พบว่า อยู่ในระดับมาก คุณภาพของโรงเรียนที่ประกอบด้วย ประสิทธิผลในการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน พบว่า ประสิทธิผลในการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน และความพึงพอใจในการปฏิบัติของครู อยู่ในระดับมาก ส่วนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่า ส่วนใหญ่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับชาติเกือบทุกกลุ่มสาระวิชา แบบจำลองสมการโครงสร้าง มีค่าดัชนีความกลมกลืนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ดีและสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยพิจารณาจาก ค่า Chi- Square = 136.08, df = 82, GFI = 0.95 , AGFI = 0.92, RMR = 0.016, RMSEA =0.046 และ CFI = 0.99 นอกจากนี้ ยังพบว่า พฤติกรรมการบริหาร ส่งผลทางตรงต่อคุณภาพของโรงเรียนมากที่สุด รองลงมาคือสภาพแวดล้อมในโรงเรียน และภาวะผู้นำด้านการสอนของผู้บริหารโรงเรียน ส่วนภาวะผู้นำด้านการสอนของผู้บริหารโรงเรียน มีความสัมพันธ์ในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับทักษะด้านวิชาการของครู แต่ส่งผลในเชิงบวกต่อคุณภาพของโรงเรียนและสภาพแวดล้อมในโรงเรียน



กระบวนการตัดสินใจ ของผู้บริหารสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร และครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5

กระบวนการตัดสินใจ ของผู้บริหารสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร และครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5

การศึกษาพฤติกรรมผู้บริหารกับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู-อาจารย์และข้าราชการ ในสถาบันการศึกษาหลักของกองทัพอากาศ : ศึกษาเฉพาะกรณี โรงเรียนจ่าอากาศ

 

ชื่อวิทยานิพนธ์การศึกษาพฤติกรรมผู้บริหารกับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู-อาจารย์และข้าราชการ ในสถาบันการศึกษาหลักของกองทัพอากาศ : ศึกษาเฉพาะกรณี โรงเรียนจ่าอากาศ
A Study of leader Behavior and Job Satisfaction of teachers and officers at The Airforces Main Educational Institute: Case Study Of Air Technical Training School
ชื่อนิสิตวศิน พลนาวี
Wasin Polnawee
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษารศ อัปษรศรี ปลอดเปลี่ยว รศ พิมพ์พรรณ เทพสุเมธานนท์ รศ ดร บุญมี พันธุ์ไทย
Asso Prof Absornsri Ploadpliew Asso Prof Pimpun Tepsumethanon Asso Prof Dr Boonmee Punthai
ชื่อสถาบันมหาวิทยาลัยรามคำแหง. บัณฑิตวิทยาลัย
Ramkhamhaeng University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชาวิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ศึกษาศาสตร์ (การบริหารการศึกษา)
Master. Educational (Educational Administration)
ปีที่จบการศึกษา2540
บทคัดย่อ(ไทย)การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา 1. พฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารโรงเรียนจ่าอากาศ 2. ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู-อาจารย์และข้าราชการในโรงเรียนจ่าอากาศ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นครู-อาจารย์และข้าราชการในโรงเรียนจ่าอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ จำนวน 226 คน เครื่องมือที่ใช้ในเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบสอบถามวัดพฤติกรรมผู้นำ LBDQ (Leader Behavior Discription Questionnaire) ซึ่งแยกพฤติกรรมผู้นำเป็นสองด้านคือด้านมุ่งสัมพันธ์กับด้านมุ่งงานและแบบสอบถามวัดความ พึงพอใจในการปฏิบัติงาน ผลการศึกษาพบว่า 1. ผู้บริหารโรงเรียนจ่าอากาศมีพฤติกรรมการบริหารด้านมุ่งสัมพันธ์และด้านมุ่งงาน อยู่ในระดับปานกลางทั้งสองด้าน 2. ครู-อาจารย์และข้าราชการในโรงเรียนจ่าอากาศมีความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน อยู่ในระดับปานกลาง 3. พฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับความพึงพอใจ ในการปฏิบัติงานของครู-อาจารย์และข้าราชการในโรงเรียนจ่าอากาศ
บทคัดย่อ(English)The purposes of this research were to study the administrative behaviours of the Air Technical Training School administrators, and job satisfaction of the teachers and officials in the Air Technical Training School. The sample comprised 225 teachers and officials of the Air Technical Training School, Directorate of Education and Training, RTAF, The research instruments for data collection were a Leader Behavior Description Questionnaire which consisted of leader behaviors in relationship concentration and job concentration, and a job satisfaction assessment questionnaire. The results revealed that: 1. the administrators administrative behaviours in relationship concentration and job concentration were in a moderate level, 2. the teachers and officials job satisfaction was in a moderate level 3. the administrators administrative behaviours and the teachers and officials job satisfaction were positively interrelated.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์
ISBN
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญ
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง

การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้บริหารโรงเรียนตามการรับรู้ของครูกับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 และ เขต 2

 Title

การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้บริหารโรงเรียนตามการรับรู้ของครูกับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 และ เขต 2

Address: ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต.การบริหารการศึกษา
Organization : มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาคุณลักษณะของผู้บริหารโรงเรียนตามการรับรู้ของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 และเขต 2 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 1 และเขต 2 และ 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้บริหารโรงเรียนตามการรับรู้ของครู กับความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 และเขต 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 และเขต 2 จำนวน 359 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1. คุณลักษณะของผู้บริหารโรงเรียนตามการรับรู้ของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 และเขต 2 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านมนุษยสัมพันธ์และความร่วมมือกับชุมชน ด้านความเป็นประชาธิปไตย ด้านการอุทิศตนและเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำงาน ด้านความเป็นผู้นำทางวิชาการด้านวิสัยทัศน์และความคิดสร้างสรรค์ และด้านความรู้ความสามารถทางการบริหาร 2. ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 และเขต 2 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เรียงตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยดังนี้ ด้านนโยบายและการบริหาร ด้านความสำเร็จของงาน ด้านการปกครองบังคับบัญชา ด้านความสัมพันธ์กับบุคลากรในโรงเรียน ด้านความก้าวหน้าในตำแหน่ง ด้านลักษณะงานที่ปฏิบัติ ด้านสภาพการทำงาน ด้านความรับผิดชอบ ด้านการได้รับการยอมรับนับถือ ด้านการเป็นอยู่ส่วนตัว ด้านความมั่นคงปลอดภัยในการทำงาน และด้านเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ 3. ความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของผู้บริหารโรงเรียนตามการรับรู้ของครูกับ ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 และเขต 2 มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 โดยความสัมพันธ์อยู่ในระดับค่อนข้างสูง
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
Address: สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2553
Modified: 2554-06-30
Issued: 2554-06-30
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
CallNumber: ว 371.201 บ471ก 2553
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

การบริหารโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานตามความคิดเห็นของข้าราชการครู โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดยโสธร

 Title

การบริหารโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานตามความคิดเห็นของข้าราชการครู โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดยโสธร

Classification :.DDC: 373.1 น118ก
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความคิดเห็นของข้าราชการครูต่อการบริหารโดยยึดโรงเรียนเป็นฐานในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดยโสธร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ข้าราชการครู จำนวน 287 คน แยกเป็น ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 50 คน ครูสายปฏิบัติการสอน จำนวน 237 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า t และการวิเคราะห์ความแปรปรวน ผลการวิจัย พบว่า 1. ข้าราชการครูมีความคิดเห็นต่อการบริหารโดยยึดโรงเรียนเป็นฐาน โรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดยโสธร โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีการดำเนินการด้านวิชาการ ด้านการบริหารงานทั่วไปอยู่ในระดับมาก ด้านการบริหารงบประมาณ และด้านการบริหารบุคคลอยู่ในระดับปานกลาง 2. ข้าราชการครูที่มีตำแหน่งต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการบริหารการศึกษา โดยยึดโรงเรียนเป็นฐานด้านวิชาการ ด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารงานทั่วไป แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. ข้าราชการครูที่มีวุฒิการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นเห็นต่อการบริหารการศึกษา โดยยึดโรงเรียนเป็นฐานด้านวิชาการ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วน ด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารงานทั่วไป แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนด้านการบริหารงานบุคคลไม่แตกต่างกัน 4. ข้าราชการครูที่มีประสบการณ์ต่างกัน มีความคิดเห็นเห็นต่อการบริหารการศึกษา โดยยึดโรงเรียนเป็นฐาน ด้านการบริหารงานบุคคล แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนด้านการบริหารงบประมาณ ด้านการบริหารงานทั่วไป แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนด้านวิชาการไม่แตกต่างกัน 5. ข้าราชการครูที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนที่มีขนาดต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการบริหารโดยยึดโรงเรียนเป็นฐาน โดยภาพรวมและรายด้านทุกด้านไม่แตกต่างกัน The purposes of this research were to investigate and compare the opinions of teachers and administrators at schools under the jurisdiction of the Department of General Education, Yasothon Province, regarding the school-based management as they were classified by positions, educational level, working experience, and school sizes. The sample group consisted of 50 school administrators and 237 instructors selected by means of the simple random sampling. The research instrument employed in the data collecting was a five-level Likert Scale questionnaire, which was proved to have the reliability value for the whole questionnaire at .98. The statistic procedures used to analyzed the data included percentage, arithmetic mean, standard deviation, t-test, and analysis of variance. The research findings were as follows: 1. The teachers favored the overall school-based management into consideration, they found that the school-base management in the academic aspect and the general administration was at a high level, but in the budget management and the personal aspects it was found to be at a moderate level. 2. The teachers who had different positions had significantly different opinions at the level of .01, regarding the overall school-based management and the individual aspects of academic work, budget management, personal, and general administration. 3. The teachers who had different educational levels had significantly different opinion about the overall school-based management and the aspect of academic work at the level of .01 and the aspects of budget management and general administration at the level of .05, while there was no significant difference in their opinion in the aspect of personal. 4. The teachers who had different working experiences had significantly different opinion about the overall school-based management and the aspect of personal at the level of .05, and the aspects of budget management and general administration at the level of .01, while no significant difference in their opinion was found in the aspect of academic work. 5. There was no significant difference in the opinion of teachers who were at schools of different size regarding the overall school-based management.
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: อุบลราชธานี
Email: info.lib@ubru.ac.th
Created: 2547
Issued: 2548-09-23
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
ISBN: 974965708X
tha
Spatial: ไทย
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

พฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคาดหวังของครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ 1-3 สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี

 Title

พฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคาดหวังของครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ช่วงชั้นที่ 1-3 สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี
ADMINISTRATIVE BEHAVIOR OF SCHOOL ADMINISTRATORS AS EXPECTED BY TEACHERS IN BASIC EDUCATION SCHOOLS LEVEL 1-3 UNDER SUPHAN BURI EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE

Abstract: ความมุ่งหมายของการจัดการศึกษาได้เปลี่ยนแปลงไป โดยเน้นที่การให้การศึกษาเพื่อพัฒนาชีวิต ชุมชน สังคมและประเทศเป็นสาคัญ ต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ขึ้น ซึ่งมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารการประถมศึกษาใหม่ กล่าวคือได้มีการโอนโรงเรียนประถมศึกษาจากหลายหน่วยงานมาอยู่ในความรับผิดชอบของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจรับผิดชอบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีโรงเรียนในสังกัดทั้งสิ้น 30,228 โรงเรียน ในโรงเรียนจานวนนี้มีโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจานวนนักเรียนต่ากว่า 120 คนลงมา จานวน 10,735 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 35.53 ของจานวนโรงเรียนทั้งหมด โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จานวน 2,120 โรง (สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2548, หน้า 23) โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาเหล่านี้ส่วนใหญ่มีปัญหา คือ โรงเรียนมีคุณภาพค่อนข้างต่าเมื่อเทียบกับโรงเรียนมัธยมศึกษา เนื่องจากขาดความพร้อมด้านปัจจัย เช่น สภาพครูไม่ครบชั้นเรียน ขาดวัสดุอุปกรณ์ในการจัดการเรียนการสอนและงบประมาณไม่เพียงพอในการบริหารจัดการ ทั้งนี้เนื่องจากข้อจากัดเกี่ยวกับเกณฑ์การจัดอัตรากาลังครูและข้อจากัดด้านงบประมาณภาครัฐ ภายใต้ข้อจากัดและสภาพปัญหาดังกล่าว สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้กาหนดนโยบายแนวทาง มาตรการดาเนินงานและการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ตลอดจนรูปแบบการดาเนินการ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดผลการปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างจริงจัง 2 และความเชื่อที่ว่าถ้าได้มีการนานวัตกรรมทางการบริหารจัดการและการเรียนการสอนที่ถูกต้องเหมาะสมมาใช้ จะทาให้การ แก้ปัญหา และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาบรรลุตามเป้าหมายได้ ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่จะส่งเสริมให้โรงเรียนมีประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา คือ การพัฒนาครูผู้สอนให้มีประสิทธิภาพด้วยการบูรณาการการจัดการเรียนรู้ให้หลากหลายครอบคลุม ผู้บริหารโรงเรียนควรสร้างขวัญกาลังใจให้แก่ครูในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้เนื่องจากโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาหลายแห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล กันดาล และมีข้อจากัดทั้งด้าน งบประมาณ บุคลากร สื่อวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน ซึ่งการบริหารจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้นาของสถานศึกษาที่มีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบต่อการจัดการศึกษาโดยตรง จะต้องเป็นผู้นาการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบและกระบวนการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งหมายถึงต้องมีการบริหารจัดการ ให้การส่งเสริมสนับสนุนให้ครูทุกคนสามารถจัดการศึกษา อบรมนักเรียนให้มีคุณภาพตามเป้าหมาย ดังนั้นผู้บริหารจึงต้องแสดงพฤติกรรมในการที่จะจูงใจและสร้างขวัญกาลังใจให้แก่บุคลากรร่วมกันดาเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังที่ ผู้บริหารจะต้องใช้ความสามารถ ในการบริหารงานให้เป็นที่ประจักษ์ โดยการแสดงออกด้านพฤติกรรมความเป็นผู้นา มุ่งมั่น ตั้งใจ ด้วยการชักนาให้ครูและบุคลากรปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถอย่างแท้จริง
มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: กาญจนบุรี
Email: tdc@kru.ac.th
Issued: 2552
Modified: 2554-08-26
Issued: 2554-08-26
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี

MS Team